ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสาย audio cable 6 แนวทางสำรวจคุณภาพสายสัญญาณเสียง ราคา คลิกเลย  (อ่าน 4 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

11-10-2018 , 08:18:49
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 838
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 แนวทางพิจารณาคุณภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง คือเครื่องใช้ไม้สอยสำหรับใช้ในการเชื่อมต่อเครื่องเสียงกับเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออกในเครื่องเสียง ช่วยให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ปัจจุบันนี้ พวกเราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วก็อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายยี่ห้อให้พวกเราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนท้องตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างกันด้วย ถ้าพวกเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ดีแล้วไป แต่หากเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียง ที่มิได้ประสิทธิภาพมาใช้งานเข้า ก็ต้องเจอกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ เสียงไม่ออก ประสิทธิภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้แรงงานสั้น ใช้ไปได้ไม่เท่าไรก็เสียแล้ว ทั้งยังสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่บางทีอาจประเมินประสิทธิภาพด้วยราคาได้ เนื่องจากไม่ว่าจะเป็นสินค้าราคาไม่แพงหรือผลิตภัณฑ์ราคาสูง ต่างก็มีอีกทั้งคุณภาพดี คุณภาพต่ำ แล้วก็ปัญหาในตัวเองปะปนกันไป เพราะฉะนั้น เราก็เลยจึงควรมีวิธีการพื้นฐานสำหรับตรวจตราคุณภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อให้สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ถัดไป
.

.
การพิจารณาประสิทธิภาพ สายสัญญาณเสียง เราสามารถทำเป็น 6 แนวทางดังนี้
1. สำรวจความแข็ง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นสิ่งแรกที่พวกเราสามารถตรวจสอบด้วยตนเองได้ และควรจะเช็คเป็นอย่างแรก เพราะว่าสายสัญญาณเสียงในปัจจุบันมีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งรวมทั้งความอ่อนไม่เท่ากัน โดยทั่วไป สายสัญญาณเสียงที่แพงถูกชอบมีสายค่อนข้างจะแข็ง ขณะที่สายสัญญาณเสียงราคาสูงๆชอบมีสายอ่อน ข้อแนะนำคือ ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเกินความจำเป็น เนื่องจากว่าจะไม่อาจจะพับสายได้ หากพับ ม้วนเก็บสายย่อมก่อปัญหา ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเหลือเกิน ด้วยเหตุว่ายิ่งอ่อนนิ่มมาก สายก็จะยิ่งเปราะบาง เมื่อใช้ประโยชน์งานบ่อยๆย่อมมีการเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างง่ายๆสายสัญญาณเสียง ราคาที่ดีที่สุด ควรจะเป็นสายที่อ่อนพอเพียงจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่เกิดการฉีกจนขาด ถ้าพวกเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะเช่นนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. พิจารณาอุปกรณ์ที่ใช้ทำหัวสายว่าคืออะไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาจำหน่ายในขณะนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 จำพวกใหญ่ๆสำหรับการทำหัวสาย ตัวอย่างเช่น ทองเหลือง และอลูมิเนียม ขอเสนอแนะว่าควรที่จะเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองสัมฤทธิ์จะดียิ่งกว่า เพราะว่าเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดียิ่งไปกว่าอลูมินัม ไม่ค่อยพบปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้ว่าจะทิ่มสายไม่แน่นก็ตาม ในขณะอลูมิเนียม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก ถ้าทิ่มไม่แน่นจะไม่สามารถนำสัญญาณเสียงได้ นอกจากนี้ ทองเหลืองยังเป็นโลหะที่มีความทนทานสูง แก่การใช้งานยาวนาน ไม่ค่อยพบปัญหาเรื่องการหัก หรือการโค้งงอผิดรูปผิดร่าง ขณะที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมิเนียมนั้นจำต้องใช้งานอย่างรอบคอบ แม้ไม่ทะนุถนอม หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันเร็ว
3. สำรวจการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นอย่างไร มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือเปล่า โดยธรรมดาสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหงุดหงิดบได้อย่างสนิท ในขณะสายสัญญาณเสียงคุณภาพต่ำมักยึดท่อนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำแค่เอาสายสอดเข้าไปในหัวแบบไม่ได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากอารมณ์เสียบ และก็หากสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถซ่อมแซมได้ จะต้องทิ้งสิ่งเดียว ด้วยเหตุดังกล่าวสำหรับเพื่อการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง เราจึงต้องสำรวจจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. ตรวจสอบความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเพียงใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี จะต้องมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 เซนติเมตร เนื่องจากเป็นความยาวที่สมควรสำหรับการทิ่มกับวัสดุอุปกรณ์ต่างๆได้โดยไม่มีการคลอนหรือหลวม อีกทั้งยังทิ่มได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา ถ้าเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะอารมณ์เสียบสั้นเกินความจำเป็น จะไม่สามารถทิ่มกับเครื่องไม้เครื่องมือได้ กำเนิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นพักๆต้องรอประคับประคองไว้ ส่วนถ้าโลหะที่หัวเสียบมีความยาวมากเกินไป เมื่อแทงกับเครื่องไม้เครื่องมือจะทำให้มีโลหะบางส่วนโผล่ขึ้นมา แม้เผลอไปชนเข้าอาจจะส่งผลให้สายเกิดการหักได้
5. ตรวจตราความยาวของสายไฟว่ามีมากน้อยแค่ไหน ข้อนี้แม้ว่าจะมิได้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้แรงงานโดยตรง แม้กระนั้นก็สำคัญ เนื่องจากการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวเพียงพอต่อการใช้งาน จะช่วยทำให้สามารถต่อเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่กำเนิดปัญหาสายตึงรั้งเกินความจำเป็นจนกระทั่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนยานเหลือเกินจนเกิดความรู้สึกขวาง ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นกับการใช้งานของพวกเราว่าเป็นยังไง ถ้าหากเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับเสียบเครื่องมือเครื่องเสียงในรถ หรือลำโพงทั่วไป จะต้องมีความยาวอยู่ที่ 30-60 เซนติเมตร ส่วนถ้าเกิดเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ ต้องลากสายยาวๆก็ควรมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. ตรวจสอบยี่ห้อของสาย ส่วนแบรนด์นี้ก็ถือว่ามีความหมายไม่แพ้กันในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรที่จะเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ผลิตขึ้นโดยแบรนด์อันเป็นที่รู้จัก เลี่ยงผลิตภัณฑ์จากยี่ห้อแปลกๆหรือสินค้าโนเนม ด้วยเหตุว่ามักจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มิได้ประสิทธิภาพ ได้โอกาสชำรุดเสียหายได้ง่าย
แนวทางในการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้คุณภาพถือเป็นเรื่องที่พวกเราจำเป็นต้องให้ความเอาใจใส่ เพื่อการเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีคุณภาพ ได้เรื่องเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ขอขอบคุณ
บทความสายสัญญาณเสียง : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง,สายสัญญาณเสียง ราคา