ผู้เขียน หัวข้อ: การแบ่งชนิดของกระเบื้องยางลายไม้ การแบ่งชนิดของ กระเบื้องยางลายไม้นั้น สามารถแบ  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

20-06-2017 , 05:25:05
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15487
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

http://www.flooring-th.com
การแบ่งชนิดของกระเบื้องยางลายไม้   การแบ่งชนิดของ กระเบื้องยางลายไม้นั้น สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายลักษณะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของการนำไปใช้งาน  ยิ่งในปัจจุบันมีหลายกลุ่มธุรกิจ องค์กร หันมาให้ความสนใจในการเลือกใช้ กระเบื้องยางลายไม้เป็นวัสดุหลักในงานปูพื้นตามสถานที่ต่าง ๆ จึงมีการผลิตวัสดุออกมาให้มีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้น ตามความเหมาะสมของแต่ละสถานที่และพยายามพัฒนารูปแบบให้สามารถใช้ได้กับทุกประเภทธุรกิจ   การแบ่งตามความหนาของแผ่นกระเบื้อง ความหนาของแผ่นกระเบื้องยางลายไม้ก็จะให้ความเหมาะสมกับแต่ละสถานที่แตกต่างกันออกไป เช่น บ้านเรือนที่อยู่อาศัยธรรมดา ก็สามารถเลือกใช้ความหนาเพียง 1.6 มล. ออฟฟิศทั่วไป โรงเรียน โรงพยาบาล ควรใช้กระเบื้องยางลายไม้ที่มีความหนาอยู่ที่ 2.0 มล. แต่ในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านเป็นที่ที่มีการเดินค่อนข้างสูง เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ควรใช้วัสดุที่มีความหนาไม่น้อยกว่า 2.5 – 3.2 มล.ด้วยความแตกต่างของลักษณะการใช้งานและความเหมาะสมของสถานที่ ผู้ผลิตจึงเล็งเห็นถึงความแตกต่างในการใช้งาน ในการผลิต ผลิตภัณฑ์ออกมาเพื่อจำหน่ายจึงต้องตอบโจทย์ของลูกค้าให้ได้มากที่สุด และต้องเข้าถึงทุกประเภทการใช้งาน ทั้งนี้ก็เพื่อลดข้อจำกัด และไม่ทำการขีดเส้น ตีกรอบ ให้สามารถใช้ได้กับสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเท่านั้น   ส่วนวิธีการติดตั้งก็ยังสามารถแบ่งแยกย่อยออกไปได้อีก  ยกตัวอย่างก็คือ แบบ Regular glue down เป็นวิธีการติดตั้งแบบใช้กาวเป็นตัวหลักในการติดตั้งเพื่อให้วัสดุยึดติดกับพื้นผิว แต่การติดตั้งอีกแบบหนึ่งคือ Click Lock เป็นการติดตั้งแบบการวางแผ่นต่อแผ่นโดยใช้กาวเป็นเพียงตัวช่วยเสริมให้เกิดความสวยงามและทนทานเพิ่มมากขึ้นเท่านั้นเอง   ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องยางชนิดใดก็ตาม คุณสมบัติในการใช้งานหลักๆก็ค่อนข้างที่จะใกล้เคียงกัน จึงทำให้มั่นใจได้ว่า กระเบื้องยางลายไม้ ไม่ว่าจะเป็นแบบใดก็มีความสวยงาม และมีความทนทานสูง เนื่องจากเป็นวัสดุที่ผลิตมาจากโพลีเมอร์ชนิดพีวีซี แต่ในการใช้งานจริงนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคงเป็นในเรื่องของการดูแลรักษา ทำความสะอาดและใช้งานให้ถูกประเภท เพื่อเป็นการช่วยเสริมอายุการใช้งานและคุณภาพของวัสดุให้คงทนมากยิ่งขึ้นhttp://www.flooring-th.com